Follow Us @mashareblog

แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ความสวย แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ความสวย แสดงบทความทั้งหมด

วันอังคารที่ 28 พฤษภาคม พ.ศ. 2562

โทษของดอกอัญชัน ข้อควรระวังที่คุณอาจมองข้าม!!

14:21 0 Comments
  โทษของดอกอัญชัน
ข้อควรระวังที่คุณอาจมองข้าม

        ดอกอัญชันมีชื่อวิทยาศาสตร์: Clitoria ternatea L. จัดอยู่ในตระกูลถั่ว มีดอกสีม่วงอมน้ำเงินสวยงามตามธรรมชาติ มีสรรพคุณและประโยชน์มากมาย โดยในดอกอัญชันนั้นมีสารตัวหนึ่งที่ชื่อว่า "แอนโทไซยานิน" (Anthocyanin) ซึ่งสารชนิดนี้สามารถช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน มีหน้าที่ไปช่วยกระตุ้นการไหลเวียนของโลหิต ทำให้เลือดไปเลี้ยงส่วนต่าง ๆ ได้ดีมากขึ้น
        โทษของดอกอัญชัน คุณเคยรู้หรือค่อยอ้างไม่? ว่าดอกอัญชันนั้น มีโทษเหมือนกัน มีข้อมูลค่อนข้างน้อยเพราะว่างานวิจัยส่วนใหญ่ไม่ค่อยอ้างโทษสักเท่าไหร่
   วันนี้ Mashareblog ได้รวบรวมข้อมูลมาให้ ดังนี้ค่ะ


    
 - 1.ผู้ป่วยที่เป็นโรคโลหิตจาง
เลี่ยงการรับประทานส่วนผสมที่มีดอกอัญชันเป็นอันขาด ให้หลีกเลี่ยงอาหาร เครื่องดื่มที่ย้อมสีด้วยดอกอัญชัน เพราะในดอกอัญชันมีฤทธิ์ในการละลายลิ่มเลือด อาจส่งผลต่อการทำงานของไตให้ทำงานหนักขึ้น เนื่องจากไตต้องทำหน้าที่ในการขับสีของดอกอัญชันออกจากร่างกายให้หมด

 -2.การใช้ประโยชน์จากดอกอัญชันเพื่อการบริโภค
ควรระมัดระวังการรับประทานหรือส่วนผสมที่มีดอกอัญชัน ร่วมกับยาที่มีฤทธิ์ต้านการเกาะกลุ่มของเกร็ดเลือด หรือยาป้องกันการแข็งตัวของเลือด เช่น แอสไพริน  Warfarin เป็นต้น
   เพราะมีรายงานว่าสาร Ternatin D1 ในดอกอัญชันมีฤทธิ์ต้านการเกาะกลุ่มของเกร็ดเลือด  ซึ่งมีผลเสริมกันจนอาจเกิดอันตรายต่อร่างกายได้ ดังนั้นผู้ที่ต้องใช้ยาดังกล่าวเป็นประจำ
   ถ้าหากต้องการรับประทานดอกอัญชันในรูปแบบเครื่องดื่มหรือรูปแบบชาชง ไม่ควรชงเข้มข้นมากและไม่ควรดื่มแทนน้ำ

 - 3.ผู้ป่วยที่เป็นโรคความดันโลหิตสูงหรือต่ำ
ควรหลีกเลี่ยงการรับประทานดอกอัญชัน เพราะอาจทำให้มีอาการหน้ามืดและหมดสติได้ง่าย

 - 4.การดื่มชาดอกอัญชันที่ร้อนจัดมากๆ

จะส่งผลเสียต่อร่างกาย นอกจากจะทำให้ภายในปากพองแล้ว การดื่มชาที่มีอุณหภูมิสูงเกิน 60 องศาเซลเซียสขึ้นไป อาจทำให้เยื่อบุผิวหลอดอาหารเสียสภาพภูมิคุ้มกันและทำให้ดูดซับสารก่อมะเร็งหรือสารอื่นๆ ได้โดยง่าย

 - 5.การดื่มน้ำสมุนไพรใดๆ

รวมถึงดอกอัญชัน ไม่ควรดื่มติดต่อกันเป็นเวลานาน เพราะอาจจะได้รับโทษของดอกอัญชันมาเป็นของแถมด้วย

 - 6.หลีกเลี่ยงการเด็ดดอกอัญชันแล้วทานแบบสดๆ

เพราะขั้วของดอกอัญชันมียางอาจทำให้ระคายเคืองภายในลำคอ ส่วนเมล็ดอาจทำให้มีอาการคลื่นไส้อาเจียนได้

 - 7.ผู้ที่มีอาการแพ้ดอกไม้ต่างๆ
ควรระมัดระวังการใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมองดอกอัญชัน หากเกิดอาการแพ้ ระคายเคืองขึ้นมาควรหยุดใช้ทันที

 - 8.สำหรับผู้ที่มีโรคประจำตัวต่างๆ

หากไม่มั่นใจในการรับประทานดอกอัญชัน  ควรปรึกษาแพทย์ก่อนรับประทานดีกว่าค่ะ


        โทษของดอกอัญชัน มีผลเสียต่อร่างกายไม่ใช่น้อย  คนปกติทั่วไปหากเลือกรับประทานดอกอัญชันก็ต้องรับประทานให้พอเหมาะ และพอดี ควรหยุดเมื่อรับประทานเป็นเวลานาน โทษของดอกอัญชันจะได้ไม่มาทำอันตรายต่อร่างกายของคุณ ควรระลึกอยู่เสมอ  ขึ้นชื่อว่าสมุนไพรหรือพืชชนิดใดๆ ก็ตาม ถึงแม้ว่าจะมีสรรพคุณทีมีประโยชน์มากมายเพียงใด แต่ก็มักมีโทษรวมอยู่ด้วย ดังนั้นเราต้องรับประทานอย่างพอประมาณไม่มากไปหรือนานเกินไป และควรศึกษาหาประโยชน์ทั้งคุณและโทษอย่างมีสติค่ะ

ขอขอบคุณข้อมูลจาก : herbdailys
ขอขอบคุณภาพสวยๆจาก : internet

วันอังคารที่ 21 พฤษภาคม พ.ศ. 2562

ประโยชน์ของอัญชัน มีสรรพคุณชั้นเลิศ

14:50 0 Comments
15 ประโยชน์ของดอกอัญชัน มีสรรพคุณชั้นเลิศ

    Nutritional Benefits of Butterfly Pea or Blue Pea Flowers  (Anchan)

    วันนี้ Mashareblog จะพามาทำความรู้จักกับอัญชันกันให้มากขึ้น ดูสิว่าประโยชน์ของดอกอัญชันมีอะไรบ้างนะ

   อัญชัน (อังกฤษ: Asian pigeonwings; ชื่อวิทยาศาสตร์: Clitoria ternatea L.) 
   ดอกอัญชัน เป็นไม้เถา มีดอกสีม่วงอมน้ำเงินสวยงามตามธรรมชาติ ลำต้นมีขนนุ่ม รูปทรงคล้ายหอยเชลล์ มีถิ่นกำเนิดในอเมริกาใต้ ปลูกได้ทั่วไปในเขตร้อน ทำให้นิยมนำมาคั้นเป็นสีผสมอาหาร คุณประโยชน์ของดอกอัญชันยังครอบคลุมไปถึง
สรรพคุณทางยาอันหลากหลาย เช่น ลดไข้ แก้หอบหืด เป็นต้น 
   

      ประโยชน์ของดอกอัญชัน

    ดอกอัญชันมีประโยชน์ต่อสุขภาพในหลายด้าน ดีต่อสุขภาพร่างกายของคนเราตั้งแต่ศีรษะจรดเท้าเลยค่ะ และมีคุณสมบัติในการเป็นสารต้านอนุมูลอิสระ โดยในดอกอัญชันนั้นมีสารตัวหนึ่งที่ชื่อว่า "แอนโทไซยานิน" (Anthocyanin) ซึ่งสารชนิดนี้สามารถช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน มีหน้าที่ไปช่วยกระตุ้นการไหลเวียนของโลหิต ทำให้เลือดไปเลี้ยงส่วนต่าง ๆ ได้ดีมากขึ้น มีประโยชน์อีกหลายอย่างไปดูกันเลยค่ะ
       1. ช่วยบำรุงสายตา ป้องกันอาการตาฝ้าฟาง ตาแฉะ และป้องกันโรคต้อกระจก
      2. มีสารต้านอนุมูลอิสระในดอกอัญชัน ช่วยชะลอริ้วรอย และดูแลผิวพรรณให้เต่งตึง กระชับ
      3. ช่วยเพิ่มภูมิต้านทานให้กับร่างกาย
      4. ช่วยเสริมสร้างความจำ บำรุงสมอง
      5. ช่วยลดระดับน้ำตาลในเลือดในผู้ป่วยโรคเบาหวาน
      6. ช่วยลดความเสี่ยงจากการเกิดโรคมะเร็ง
      7. ช่วยลดความเสี่ยงในการเป็นโรคไขมันอุดตันเส้นเลือด
      8. ช่วยให้ระบบโลหิตไหลเวียนได้ดียิ่งขึ้น
      9. ช่วยเสริมสร้างภูมิต้านทานให้ร่างกายและเพิ่มพลังทำให้ร่างกายมีแรงขึ้น
      10. ช่วยขับปัสสาวะ และเป็นยาระบายอ่อนๆ
      11. ช่วยรักษาอาการผมร่วง บำรุงเส้นผมให้แข็งแรง เงางาม ดกดำ
      12. ช่วยล้างสารพิษ และขับของเสียออกจากร่างกาย
      13. ช่วยลดความเสี่ยงของการเกิดโรคหัวใจและภาวะหลอดเลือด หัวใจอุดตัน
      14. ช่วยป้องกันและบรรเทาอาการเหน็บชาตามนิ้วมือนิ้วเท้า
      15. แก้อาการฟกช้ำ

         สมุนไพรอย่างดอกอัญชัน จะมีสีที่สวยแปลกตาแล้ว ยังเป็นสมุนไพร
ที่หาไม่ยากด้วยค่ะ และเราสามารถปลูกได้เองที่บ้าน แต่ก็ควรใช้ให้พอดี
เพราะสมุนไพรทุกชนิด ใช้มากเกินไปก็เป็นโทษได้เช่นกันค่ะ

ขอขอบคุณข้อมูลจาก : sanook.com,honestdocs.co

ขอขอบคุณภาพสวยๆจาก : internet

วันศุกร์ที่ 17 พฤษภาคม พ.ศ. 2562

ไม่อยากแก่เร็ว ลดแค่ 8 อย่าง

14:57 0 Comments

ไม่อยากแก่เร็ว ลดแค่ 8 อย่าง 

" อ่อนวัยกว่าเดิม " ปรับพฤติกรรมเสียใหม่ ถ้าไม่อยากแก่ไว

           สาวๆส่วนใหญ่ก็คงอยากจะทุ่มเทเวลาทำงานอย่างเต็มที่จนละเลยลืมดูแลตัวเองกันใช่ไหมคะ วันเวลาล่วงเลยริ้วรอยแห่งวัยก็มาเยี่ยมเยือนเป็นธรรมดา ทำบ่อยๆขึ้นก็จะติดเป็นนิสัยที่ทำให้แก่เร็วนั่นเอง  วันนี้ Mashareblog มีวิธีมาแนะนำสาวๆที่ไม่อยากหน้าแก่เกินวัยก็คงจะต้องลดละ 8 นิสัยต่อไปนี้กันดีกว่านะคะ

                  1. ลดการอดนอน
             การนอนหลับพักผ่อนไม่เพียงพอนอกจากจะทำให้ภูมิคุ้มกันอ่อนแอลงและเจ็บป่วยง่ายแล้ว ยังทำให้ร่างกายทรุดโทรมและแก่เร็วอีกด้วย การนอนดึกและนอนน้อยจะทำให้โกรทฮอร์โมนหลั่งออกมาน้อย ทำงานไม่เต็มประสิทธิภาพ ส่งผลให้ขอบตาหมองคล้ำ ผิวหนังเหี่ยวย่นและดูแก่เร็วขึ้นนั่นเอง
                  2.ลดอาหารที่มีแป้งและน้ำตาลสูง
          ควรหลีกเลี่ยงการรับประทานอาหารที่มีรสหวาน เค้ก ไอศกรีม ขนมหวานต่างๆ และน้ำอัดลมค่ะ รวมทั้งการดื่มชา กาแฟ ลองลดปริมาณน้ำตาลลงนะคะ ท่องจำให้ขึ้นใจ “หวานมากจะแก่เร็ว” ท่องไว้นะคะ

                     3.ลดอาหารที่มีไขมันทรานส์

                4.ลดการออกแดดเป็นเวลานาน
                    
                    5.ลดแอลกอฮอล์

                     6.ลดความเครียด

              7.ลดของทอด

8.ลดบุหรี่

        สาวๆที่อยากสวยวันสวยคืน ต้องโบกมือลา 8 นิสัยที่ทำให้ตัวเองแก่เร็วกันได้แล้วนะคะ จะได้ดูอ่อนเยาว์เป็นสาวสวยที่เวลาและตัวเลขอายุก็ทำอะไรเราไม่ได้ค่ะ

ขอขอบคุณข้อมูลจาก : issue247
ขอขอบคุณภาพสวยๆจาก : internet

วันพฤหัสบดีที่ 16 พฤษภาคม พ.ศ. 2562

เลือกกิน เลี่ยงกินอาหารตามกรุ๊ปเลือดกันดีกว่า!!

18:25 0 Comments

มาเสริมสุขภาพที่ดี เลือกกินอาหารตามกรุ๊ปเลือด!!
เลือกกิน เลี่ยงกินอาหารตามกรุ๊ปเลือด!!

                 สุขภาพที่ดีเริ่มต้นจากพฤติกรรมการกินอาหาร  เพื่อสุขภาพที่ดีเราก็ควร
 ดูแลเรื่องอาหารการกินให้เหมาะสมกับตัวเราเอง ด้วยการกิน อาหารตามกรุ๊ปเลือด
 หลายคนอาจคิดว่า " กรุ๊ปเลือด " ต่างกันนั้นไม่ได้มีความสำคัญอะไรเท่าไหร่นัก 
 แต่จริงๆ แล้วคนเรากรุ๊ปเลือดต่างกัน ก็ย่อมมีวิธีการดูแลตัวเองที่แตกต่างกันไปค่ะ
 วันนี้ Mashareblog จะพาสาวๆ มาดูวิธีการเลือกรับประทานอาหารให้ตรงตาม
 กรุ๊ปเลือดกันค่ะ
                              
                  1. คนเลือดกรุ๊ป  A (เลือดกรุ๊ป เอ)
              ควรกินผัก และโปรตีนจากปลา เนื่องจากย่อยอาหารได้ไม่ค่อยดี
คนเลือดกรุ๊ปเอมีระบบภูมิคุ้มกันไม่ค่อยดี จึงมีความเสี่ยงต่อโรคมะเร็ง และโรคหัวใจได้กว่าคนกรุ๊ปอื่นๆ ดังนั้น ควรรับประทานอาหารที่มีวิตามินซีมากๆ นอกจากจะช่วยแก้ปัญหา เรื่องกรดในกระเพาะอาหารต่ำได้ ยังช่วยเสริมภูมิคุ้มกันอีกด้วย

            * คนกรุ๊ปเลือด A ควรเลือกทานอาหารเหล่านี้ *
    - ผลิตภัณฑ์จากถั่ว เช่น ถั่วเหลือง เต้าหู้ น้ำเต้าหู้ นมถั่วเหลือง
    - ผักที่มีสารแอนตี้ออกซิแดนท์สูง อย่างเช่น หอมใหญ่ บรอกโคลี จะช่วยต่อต้านมะเร็งได้ ส่วน ฟักทอง กระเทียม แครอท ก็จะช่วยสร้างภูมิคุ้มกัน
    - ผลไม้รสเปรี้ยว เช่น มะนาว ฝรั่ง ส้มโอ สับปะรด เกรปฟรุต
    - ไข่  ควรกินไข่ขาวมากกว่าไข่แดง และควรกิน 1-2 ครั้งต่อสัปดาห์
    - เนื้อปลา เลือกปลาเนื้อแดง ควรหลีกเลี่ยงปลาเนื้อขาว 
            คนกรุ๊ปเลือด A ควรเลี่ยงทานอาหารเหล่านี้ *
     - อาหารประเภทเนื้อสัตว์ เพราะคนกรุ๊ปเอย่อยอาหารเหล่านี้ยาก
     - อาหารสำเร็จรูปและอาหารประเภทดอง เช่น  แฮม เบคอน ไส้กรอก
     - ผลิตภัณฑ์นมวัว และเนย เพราะจะไปชะลอระบบเผาผลาญอาหาร
     - ผักผลไม้ อย่างมะเขือเทศ มะม่วง มะละกอ กล้วย ส้ม แตงโม
     - ไม่ควรทานเครื่องดื่มประเภทน้ำอัดลม โซดา และเบียร์ จะทำให้กระเพาะอาหารระคายเคือง ดื่มกาแฟได้วันละ 1 แก้ว เพื่อช่วยเพิ่มกรดในกระเพาะอาหาร

                2. คนเลือดกรุ๊ป  AB (เลือดกรุ๊ป เอบี)
              คนกรุ๊ปเอบีมีลักษณะที่คล้ายทั้งคนกรุ๊ปเอและกรุ๊ปบี
            มีน้ำย่อยในกระเพาะมีความเป็นกรดต่ำเหมือนกับคนกรุ๊ปเอ 
           แต่ก็สามารถทานนมได้ เพราะน้ำย่อยในกระเพาะย่อยนมได้ดี
           เหมือนคนกรุ๊ปบี
                * คนกรุ๊ปเลือด AB ควรเลือกทานอาหารเหล่านี้ *
     - ผลิตภัณฑ์จากนม สามารถทานได้เหมือนคนกรุ๊ปบี แต่ไม่ควรทานมากจนเกินไป ควรทานโยเกิร์ตไขมันต่ำ และนมไร้ไขมัน จะย่อยได้ง่ายกว่า
     - คาร์โบไฮเดรต สามารถทานข้าว ข้าวกล้อง ข้าวโอ๊ต ข้าวไรย์  มันเทศ เผือก เพราะมีประโยชน์ต่อคนกรุ๊ปเอบี
     - เนื้อสัตว์ สามารถทานเนื้อแดงได้ในปริมาณที่พอเหมาะ ครั้งละน้อย ๆ จะได้ย่อยง่าย
     - ไข่ เป็นแหล่งโปรตีนที่ดีกับคนกรุ๊ปเอบี ควรเน้นทานไข่ขาวมากกว่าไข่แดง
     - อาหารทะเล สามารถทานได้ โดยเฉพาะปลาทูน่า ที่มีกรดไขมันโอเมก้า-3 ดีต่อหัวใจ
     - ผักสามารถทานได้ทุกชนิด เน้นผักที่มีไฟเบอร์สูง เช่น ผักบุ้ง ผักกวางตุ้ง ผักคะน้า  ผักโขม ควรเน้นทานผักสดให้มาก ๆ เพื่อช่วยเสริมภูมิคุ้มกัน
     - ธัญพืช คือ ถั่วเหลือง ช่วยป้องกันโรคมะเร็งและถั่วลิสง จะช่วยเพิ่มภูมิคุ้มกัน
     - ผลไม้ ที่แนะนำ เชอร์รี องุ่น ส้มโอ  สับปะรด
     - เครื่องดื่ม ชาเขียว ชาสมุนไพร ชาคาโมมาลย์ และไวน์แดงไม่เกินวันละ 1 แก้ว ควรดื่มน้ำสะอาดมาก ๆ เพื่อขับของเสียในร่างกายที่มีมากกว่าคนกรุ๊ปอื่น
                * คนกรุ๊ปเลือด AB ควรเลี่ยงทานอาหารเหล่านี้ *
     อาหารประเภทดองและอาหารสำเร็จรูป เช่น ไส้กรอก แฮม เบคอน
     เนื้อสัตว์ อย่างเนื้อวัว ปลาเนื้อขาว และแซลมอนรมควัน เพราะย่อยยาก
     ธัญพืช ไม่ควรทานถั่วแดงหลวง งา เมล็ดฟักทอง เมล็ดทานตะวัน ข้าวโพด เพราะจะไปชะลอการทำงานของอินซูลิน จึงทำให้น้ำตาลในเลือดลดลงอย่างเฉียบพลัน
     ผลไม้  เช่น มะพร้าว กล้วย  ฝรั่ง มะม่วง มะเฟือง
     เครื่องดื่ม ควรเลี่ยงชา กาแฟ น้ำอัดลม และเครื่องดื่มแอลกอฮอล์

                3. คนเลือดกรุ๊ป  B (เลือดกรุ๊ป บี)
           คนกรุ๊ปเลือดบี มีความสมดุล คือไม่ข้นหรือเหลวเกินไป สามารถรับประทานนม เนย ไข่ ได้ เพราะระบบย่อยอาหารค่อนข้างจะยืดหยุ่น จึงย่อยนมได้อย่างสบาย และยังทานเนื้อสัตว์ได้ด้วย รับประทานอาหารได้หลากหลาย  
                     
                 * คนกรุ๊ปเลือด B ควรเลือกทานอาหารเหล่านี้ *
     ผลิตภัณฑ์จากนม เนย ไข่ สามารถทานได้ แต่ก็ควรทานในปริมาณที่เหมาะสม
     ปลา ควรทานปลาน้ำลึก เช่น ปลาเนื้อขาว ปลาหิมะ ปลาจะละเม็ด
     - ธัญพืช ข้าวโอ๊ต และข้าวกล้อง 
     ผักใบเขียวทุกชนิด
     ผลไม้ทานได้เกือบทุกชนิด คนกรุ๊ปบีมีระบบการย่อยที่สมดุล
     เครื่องดื่ม ควรดื่มชาสมุนไพร เช่น ขิง โสม ชาเขียว เปปเปอร์มิ้นต์ จะช่วยสร้างภูมิคุ้มกัน 
                 คนกรุ๊ปเลือด B ควรเลี่ยงทานอาหารเหล่านี้ *
     อาหารทะเล เช่น ปลาแซลมอน หอยเชลล์ กุ้ง ปู หอยแครง
     เนื้อสัตว์ คือเนื้อไก่ มีสารเลคตินไปรบกวนระบบเผาผลาญ ทำให้อาหารไม่ย่อย
     แป้งสาลี ไม่ควรทานข้าวสาลี เพราะมีเลคตินไปรบกวนการสร้างอินซูลิน
     ถั่วเปลือกแข็ง งา เมล็ดทานตะวัน อาหารเหล่านี้จะสร้างไขมัน ทำให้อ้วน
     ผัก ควรเลี่ยงมะเขือเทศ และข้าวโพดจะทำให้ท้องอืด
     เครื่องดื่ม ชา กาแฟ ไวน์ ทานได้ แต่ควรเลี่ยงเพื่อเสริมสภาพร่างกาย

          4. คนเลือดกรุ๊ป  O (เลือดกรุ๊ปโอ)
            คนลือดกรุ๊ปโอนั้น จะมีระบบย่อยเนื้อแดงที่ดีมากเพราะมีความเป็น
กรดสูง ทำให้ย่อยเร็วและดูดซึมดี สามารถย่อยอาหารจำพวกโปรตีนจากเนื้อสัตว์ได้ดีกว่าคนกรุ๊ปอื่น แต่ก็ย่อยพวกนมและชีสได้ไม่ค่อยดีเท่าไหร่
             
              * คนกรุ๊ปเลือด O ควรเลือกทานอาหารเหล่านี้ *
     อาหารประเภทโปรตีน เช่น เนื้อแดง คนกรุ๊ปโอสามารถทานเนื้อสัตว์ได้สบาย ๆ  สามารถย่อยเนื้อสัตว์ได้ดี ดูดซึมได้ดีมาก และควรทานตับ
เซี่ยงจี๊ เพราะมีวิตามินบี ส่วน นม เนย ไข่ ทานได้ในปริมาณที่พอเหมาะ และโปรตีนจากพืช เต้าหู้ เพราะคนกรุ๊ปนี้มีปัญหาอ้วนง่ายอยู่แล้ว  แต่ควรยกเว้นพวกเนื้อหมู แฮม เบคอน เพราะมีไขมันสูง
     - ปลา และอาหารทะเล คนกรุ๊ปโอควรอาหารทะเลเป็นประจำ จะช่วยเพิ่มไอโออีน ช่วยป้องกันโรคไทรอยด์ มีโอกาสเกิดขึ้นได้ง่ายกับคนกรุ๊ปโอ ควรระวังเรื่องไขมันและคอเลสเตอรอลด้วยค่ะ
     ผลไม้ ทานได้เกือบทุกชนิด ผลไม้ที่มีสีแดงเข้ม สีม่วง ตระกูลเบอร์รี
     ผัก ควรทาน ผักโขม บรอกโคลี คะน้า ผักบุ้ง กุยช่าย สาหร่าย ปวยเล้ง หอมหัวใหญ่ ที่มีวิตามินเคสูง ช่วยเรื่องเลือดแข็งตัว
     เครื่องดื่ม ควรทานชาสมุนไพรที่ดีต่อสุขภาพ และน้ำสับปะรด ช่วยอุ้มน้ำของเซลล์ในร่างกาย
              * คนกรุ๊ปเลือด O ควรเลี่ยงทานอาหารเหล่านี้ *
     - แป้งสาลี เช่น ขนมปัง เลคตินในแป้งสาลี เป็นผลเสียต่อเลือด
และรบกวนระบบเผาผลาญของร่างกาย
     ผลไม้ ควรเลี่ยงผลไม้ที่มีไขมันสูง เช่น มะพร้าว แบล็กเบอร์รี
สตรอว์เบอร์รี  และผลไม้รสเปรี้ยวทั้งหลาย
     ผัก  มันฝรั่ง ข้าวโพด เห็ดหอม มะกอก และมะเขือยาว จะทำให้
ปวดข้อ และผักกะหล่ำ จะมีผลต่อระบบไทรอยด์
     เครื่องดื่ม ชา กาแฟ และเบียร์  เป็นเครื่องดื่มประเภทกรด ทำให้กระเพาะอาหารระคายเคือง

ขอขอบคุณข้อมูลจาก : health.kapook
ขอขอบคุณภาพสวยๆจาก : women.mthai

Popular Posts