Follow Us @mashareblog

แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ สุขภาพ แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ สุขภาพ แสดงบทความทั้งหมด

วันพุธที่ 12 มิถุนายน พ.ศ. 2562

15 เห็ดพิษอันตราย ห้ามกินเด็ดขาด!!

14:19 0 Comments

15 เห็ดพิษอันตราย ที่ห้ามกินเด็ดขาด!!


      ในช่วงฤดูฝนชุ่มฉ่ำแบบนี้ ชาวบ้านต่างจังหวัดหรือคนที่อาศัยใกล้ชิดธรรมชาตินิยมทำกัน คือการเก็บเห็ดป่ามารับประทานนั่นเอง เพราะเห็ดที่ขึ้นตามธรรมชาติมักมีรสชาติอร่อย สด

วันจันทร์ที่ 10 มิถุนายน พ.ศ. 2562

เตือน!! 5 กลุ่มโรคควรระวังช่วง “หน้าฝน”

13:58 0 Comments

เตือน!! 5 กลุ่มโรคควรระวังช่วง “หน้าฝน


        ช่วงที่ประเทศไทยกำลังเข้าสู่ฤดูฝน เป็นอีกฤดูที่เป็นสาเหตุให้เกิดโรคหลายชนิด เพราะด้วยความชื้นและความอบอ้าว ทำให้แบคทีเรีย เชื้อโรค ไวรัสต่างๆ เจริญเติบโตได้ดี สามารถแพร่ระบาดได้ง่าย 
        นายแพทย์สุวรรณชัย วัฒนายิ่งเจริญชัย อธิบดีกรมควบคุมโรค จึงขอเตือนประชาชนให้ระมัดระวังการเจ็บป่วย ตามประกาศการป้องกันโรคและภัยสุขภาพที่เกิดในช่วงฤดูฝน แบ่งเป็น 5 กลุ่มดังนี้ค่ะ


1. โรคติดต่อทางระบบหายใจ
        ได้แก่ โรคไข้หวัดใหญ่และโรคปอดอักเสบ พบได้ในทุกช่วงอายุ แต่จะพบมากในเด็กเล็ก ส่วนผู้เสียชีวิตส่วนใหญ่จะเป็นผู้ป่วยโรคเรื้อรังหรือผู้สูงอายุ

       ป้องกันได้ด้วยการรักษาสุขภาพ พักผ่อนให้เพียงพอ หมั่นล้างมือบ่อยๆ ไม่ใช้ของส่วนตัวร่วมกับผู้อื่น 

2. โรคติดต่อที่มียุงเป็นพาหะ
        ได้แก่ โรคไข้เลือดออก โรคไข้สมองอักเสบ โรคมาลาเรีย และโรคไข้ปวดข้อยุงลายหรือโรคชิคุนกุนยา

     ป้องกันได้ด้วยการกำจัดแหล่งเพาะพันธุ์ยุงและป้องกันตนเองไม่ให้ถูกยุงกัด

3. โรคติดต่อทางน้ำและอาหาร
        ได้แก่ โรคอหิวาตกโรค เกิดจากเชื้อแบคทีเรียปนเปื้อนในอาหารและน้ำดื่ม อีกสาเหตุคือจากแมลงวันเป็นพาหะนำโรคค่ะ
       และโรคไวรัสตับอักเสบ เอ เกิดจากการสัมผัสเลือด หรือน้ำลายของผู้ป่วยค่ะ

       ป้องกันได้ด้วย รับประทานอาหารที่ปรุงสุกใหม่ ไม่มีแมลงวันตอม ดื่มน้ำสะอาด และควรฉีดวัคซีนป้องกันโรคด้วยค่ะ

4. โรคติดต่ออื่นๆ
        ได้แก่ โรคมือ เท้า ปาก เป็นโรคที่พบมากในเด็กในช่วงฤดูฝนเป็นช่วงที่โรงเรียนเปิดเทอมค่ะ สาเหตุเกิดจากสัมผัสน้ำลาย น้ำมูก หรืออุจจาระของผู้ป่วย
         และโรคเลปโตสไปโรสิส สาเหตุเกิดจากเชื้อแบคทีเรียจะเข้าสู่ร่างกายผ่านรอยแผล รอยแถลก เยื่อบุกตา ปากและจมูกค่ะ หลีกเลี่ยงการแช่น้ำนานๆ

5. ภัยสุขภาพอื่นๆ ที่ต้องเฝ้าระวัง
        ได้แก่ อันตรายจากสัตว์มีพิษ ภัยจากฟ้าผ่า และอุบัติเหตุทางถนน

- อันตรายจากสัตว์มีพิษ
ควรดูแลจัดบ้านให้สะอาด ไม่ให้รกเพราะจะเป็นที่หลบซ่อนของสัตว์มีพิษ ควรระวังเมื่อต้องเข้าไปในที่รก กอหญ้า หรือกองไม้

- ภัยจากฟ้าผ่า
เมื่อมีฝนตกฟ้าคะนอง ควรหลบในที่ปลอดภัย เช่น อาคารขนาดใหญ่ หลีกเลี่ยงการใช้โทรศัพท์มือถือกลางแจ้งในขณะที่เกิดฝนตกฟ้าคะนอง เพราะจะเหนี่ยวนำกระแสไฟฟ้าเข้ามาในโทรศัพท์มือถือได้

อุบัติเหตุทางถนน
ควรขับรถด้วยความระมัดระวัง เนื่องจากฝนตกถนนจะลื่น และยังลดทัศนวิสัยการมองเห็นในการขับขี่ค่ะ

ขอขอบคุณข้อมูลจาก : thaihealth.or.th
ขอขอบคุณภาพสวยๆจาก : internet      





วันอาทิตย์ที่ 2 มิถุนายน พ.ศ. 2562

10 ประโยชน์ของกาแฟ ที่คุณอาจไม่รู้!!

15:08 0 Comments

      10 ประโยชน์ของกาแฟ

     สาระพัดข้อดีของกาแฟที่มีต่อสุขภาพ ที่คุณควรรู้!!

   
       สำหรับใครที่ชื่นชอบการดื่มกาแฟ วันนี้ Mashareblog มีสาระดีๆ เกี่ยวกับข้อดีของกาแฟมาบอกกันนะคะ นอกจากกาแฟจะมีกลิ่นที่หอมกรุ่นและรสชาติเป็นที่ถูกอกถูกใจของคอกาแฟแล้ว  การดื่มกาแฟปริมาณที่พอเหมาะ กาแฟจะสร้างประโยชน์ดีๆ ให้แกร่างกายเราแน่นอนค่ะ
        มาดูกันเลยนะคะว่าประโยชน์ของกาแฟมีอะไรบ้าง


1. กาแฟช่วยลดความเครียด
      เชื่อว่าหลายคน เมื่อรู้สึกเครียดๆ ถ้าได้จิบกาแฟสักนิดก็
จะรู้สึกดีขึ้นมาเลยค่ะ และมีผลการวิจัยเพิ่มเติมด้วยว่า คนที่
ดื่มกาแฟประมาณ 2-3 แก้วต่อวัน จะสามารถลดความเครียด
ได้ประมาณ 15% เลยค่า

2. ช่วยลดความเสี่ยงโรคอัลไซเมอร์และพาร์คินสัน
      สถาบันการแพทย์อเมริกันได้ทำการวิจัยและพบว่าคาเฟอีน
ในกาแฟมีส่วนเกี่ยวข้องกับการลดความเสี่ยงเป็นโรคพาคินสัน โดยผู้ที่ดื่มกาแฟวันละ 2-3 แก้วเป็นประจำทุกวัน จะช่วยลด
โอกาสเกิดโรคพาคินสันได้ถึง 25% เลยนะคะ

3. ช่วยกระตุ้นความจำ
      ผลการวิจัยจากภาครังสีวิทยาของอเมริกาเหนือกล่าวว่า หากดื่มกาแฟ 2 แก้วต่อวัน จะสามารถพัฒนาความจำ และปฏิกิริยาตอบโต้ได้ดีขึ้นค่ะ

4. ช่วยกระตุ้นระบบเผาผลาญ
    มีผลการวิจัยหลายชิ้นที่บอกว่า คาเฟอีนช่วยกระตุ้นการทำงานของระบบเมตาบอลิซึม ช่วยในการเผาผลาญอาหาร สลายไขมันได้อีกด้วยค่ะ

5. ช่วยลดอัตราความเสี่ยงเป็นโรคมะเร็ง
      การดื่มกาแฟวันละ 2-5 แก้วต่อวัน จะส่งผลช่วยลดความเสี่ยงเกิดเซลล์มะเร็งเต้านม มะเร็งต่อมลูกหมาก มะเร็งปากมดลูก และมะเร็งตับได้ด้วย ซึ่งคาเฟอีน จะไปช่วยยับยั้งการเกิดเซลล์ผิดปกติ และกำจัดสารพิษที่ร่างกายได้รับได้ในระดับหนึ่ง

6. ช่วยให้หายง่วงและกระตุ้นการตื่นตัว
      เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการทำงานติดต่อกันเป็นเวลานาน หรือขณะขับรถยนต์ เพราะคาเฟอีนมีคุณสมบัติไม่ต่างจากสารกระตุ้นดี ๆ ชนิดหนึ่ง ที่สามารถปลุกความตื่นตัวให้กับร่างกายที่อ่อนล้า หรืออ่อนเพลียได้ในระยะเวลาสั้น ๆ

7. ช่วยป้องกันนิ่วในถุงน้ำดี
       ผลการวิจัยจากมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด ปี 2002 เผยว่า ผู้หญิงที่ดื่มกาแฟ 4 แก้วต่อวัน จะมีโอกาสเสี่ยงเป็นโรคนิ่วในถุงน้ำดีลดลงประมาณ 25% ค่ะ

8. ช่วยบรรเทาอาการปวดหัวและไมเกรน
        เพราะคาเฟอีนจะช่วยขยายหลอดเลือด ระงับอาการปวดค่ะ

9.ช่วยป้องกันและยับยั้งการเกิดโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่ และโรคหัวใจ

10. ช่วยชะลอการแก่ก่อยวัย
      สารอิสระที่มีอยู่ในกาแฟจะช่วยให้แก่ช้า ชะลอการเสื่อมโทรมไม่ให้แก่ก่อนวัย ควรทานในปริมาณที่พอเหมาะ


ขอขอบคุณข้อมูลจาก : health.kapook
ขอขอบคุณภาพสวยๆจาก : pexels.

วันพฤหัสบดีที่ 30 พฤษภาคม พ.ศ. 2562

เตือน!! ผู้ที่ป่วย 6 โรคนี้ ห้ามดื่มกาแฟโดยเด็ดขาด!!

15:18 0 Comments

                                 เตือน!! ผู้ที่ป่วย 6 โรคนี้

                    ห้ามดื่มกาแฟโดยเด็ดขาด!! หลายคนอาจไม่รู้


       าแฟ หนึ่งในเครื่องดื่มยอดนิยมที่หลายๆ คนชอบดื่มในยามเช้าหรือยามง่วงนอน ถ้าพูดถึง กาแฟ ก็จะนึกถึงกลิ่นหอมๆของกาแฟเลยค่ะ และกาแฟเป็นเครื่องดื่มที่ปลุกสมองให้ตื่นตัวและเพิ่มความสดชื่นให้แก่ร่างกาย คลายความเหนื่อยล้าทั้งทางกายและทางจิตใจ และกาแฟที่ดื่มกัน มีคุณประโยชน์ที่คุ้นเคยกันหลากหลายมากมาย
   เชื่อว่ากาแฟยังอาจมีประโยชน์ทางการแพทย์ด้านอื่น อีกมากมาย เช่น ป้องกันโรคพาร์กินสัน โรคนิ่วในถุงน้ำดี โรคเบาหวานชนิดที่ 2 เก๊าท์ อัลไซเมอร์ หืด มะเร็งกระเพาะอาหาร มะเร็งปอด และมะเร็งเต้านม เป็นต้น 
   แต่ต้องระวังเรื่องปริมาณกันด้วยนะคะ ร่างกายเราควรรับคาเฟอีนในปริมาณไม่เกิน 300 มก. ต่อวันหรือประมาณ 2-3 แก้ว ต่อวันค่ะ
     

    
         ผู้ที่มีโรคประจำตัวดังต่อไปนี้ ไม่ควรดื่มกาแฟ
           วันนี้  Mashare มีข้อมูลมาแนะนำให้หลายๆคนที่อาจ
จะยังไม่ทราบ เรามาดูกันเลยค่ะ ว่าโรคไหนกันบ้าง

1.ผู้ที่เป็นโรคกระเพาะอาหาร
       ควรงดกาแฟ เพราะคาเฟอีนในกาแฟจะกระตุ้นให้ร่างกาย
ผลิตน้ำย่อยในกระเพาะอาหารออกมามากขึ้นจะยิ่งเพิ่มกรด
ในกระเพาะให้อักเสบมากขึ้นส่งผลทำให้เกิดแผลในกระเพาะอาหาร ดังนั้นจึงควรหลีกเลี่ยงการดื่มกาแฟโดยเฉพาะเวลา
ท้องว่าง

2.ผู้ที่เป็นโรคหัวใจ
      คาเฟอีนจะทำให้หัวใจทำงานหนักถ้าเป็นคนชราที่เป็น
โรคหัวใจอยู่คาเฟอีนในกาแฟจะทำให้การทำงานของหัวใจ
มีประสิทธิภาพมากเกินไป อาจทำให้หัวใจเสื่อมเร็วขึ้น

 3.ผู้ที่เป็นโรคความดันโลหิตสูง
           คนที่มีโรคความดันโลหิตสูงจึงควรต้องระมัดระวังคาเฟอีน
ในกาแฟจะทำให้หัวใจทำงานหนักขึ้น การสูบฉีดโลหิตมาก
และนานขึ้นควรหลีกเลี่ยงการดื่มกาแฟในตอนเครียดๆ หรือ
ช่วงที่ร่างกายมีภาวะความกดดันมากเป็นพิเศษ

4.ผู้ที่เป็นโรคเบาหวาน
            คาเฟอีนในกาแฟ ส่งผลให้ระดับน้ำตาลในเลือดลดลง
หรือสูงขึ้นและมีผลทำให้ตรกลีเซอร์ไรด์ กรดไขมันอิสระ
สูงขึ้นอีกด้วยค่ะ

5.มีผลกระทบต่อการดูดซึมวิตามิน B1
   วิตามิน B1 เป็นวิตามินที่มีคุณสมบัติช่วยรักษาสมดุลและ
ความมั่นคงเกี่ยวกับระบบประสาทภายในร่างกาย ดังนั้นผู้ที่
ร่างกายขาดวิตามิน B1 อยู่แล้วควรงดดื่มกาแฟเพราะคาเฟ
อีนจะยิ่งเข้าไปขัดขวางกระบวนการดูดซึมของวิตามินดังกล่าว
ให้ทำงานบกพร่องมากขึ้นได้

6.ผู้ที่เสี่ยงเป็นโรคกระดูกพรุน
     การดื่มกาแฟที่มีคาเฟอีนอาจทำให้แคลเซียมถูกขับออก
ทางปัสสาวะมากขึ้นจนกระดูกอ่อนแอลง นื่องจากคาเฟอีน
มีคุณสมบัติช่วยกระตุ้นการขับปัสสาวะ หากดื่มกาแฟติดต่อ
กันเป็นเวลานาน ย่อมทำให้ร่างกายสูญเสียแคลเซียม จนนำ
มาสู่ความเสี่ยงของภาวะการ  เกิดโรคกระดูกพรุนค่ะ

ขอขอบคุณข้อมูลจาก : tnews,pobpad
ขอขอบคุณภาพสวยๆจาก : internet

วันอังคารที่ 28 พฤษภาคม พ.ศ. 2562

โทษของดอกอัญชัน ข้อควรระวังที่คุณอาจมองข้าม!!

14:21 0 Comments
  โทษของดอกอัญชัน
ข้อควรระวังที่คุณอาจมองข้าม

        ดอกอัญชันมีชื่อวิทยาศาสตร์: Clitoria ternatea L. จัดอยู่ในตระกูลถั่ว มีดอกสีม่วงอมน้ำเงินสวยงามตามธรรมชาติ มีสรรพคุณและประโยชน์มากมาย โดยในดอกอัญชันนั้นมีสารตัวหนึ่งที่ชื่อว่า "แอนโทไซยานิน" (Anthocyanin) ซึ่งสารชนิดนี้สามารถช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน มีหน้าที่ไปช่วยกระตุ้นการไหลเวียนของโลหิต ทำให้เลือดไปเลี้ยงส่วนต่าง ๆ ได้ดีมากขึ้น
        โทษของดอกอัญชัน คุณเคยรู้หรือค่อยอ้างไม่? ว่าดอกอัญชันนั้น มีโทษเหมือนกัน มีข้อมูลค่อนข้างน้อยเพราะว่างานวิจัยส่วนใหญ่ไม่ค่อยอ้างโทษสักเท่าไหร่
   วันนี้ Mashareblog ได้รวบรวมข้อมูลมาให้ ดังนี้ค่ะ


    
 - 1.ผู้ป่วยที่เป็นโรคโลหิตจาง
เลี่ยงการรับประทานส่วนผสมที่มีดอกอัญชันเป็นอันขาด ให้หลีกเลี่ยงอาหาร เครื่องดื่มที่ย้อมสีด้วยดอกอัญชัน เพราะในดอกอัญชันมีฤทธิ์ในการละลายลิ่มเลือด อาจส่งผลต่อการทำงานของไตให้ทำงานหนักขึ้น เนื่องจากไตต้องทำหน้าที่ในการขับสีของดอกอัญชันออกจากร่างกายให้หมด

 -2.การใช้ประโยชน์จากดอกอัญชันเพื่อการบริโภค
ควรระมัดระวังการรับประทานหรือส่วนผสมที่มีดอกอัญชัน ร่วมกับยาที่มีฤทธิ์ต้านการเกาะกลุ่มของเกร็ดเลือด หรือยาป้องกันการแข็งตัวของเลือด เช่น แอสไพริน  Warfarin เป็นต้น
   เพราะมีรายงานว่าสาร Ternatin D1 ในดอกอัญชันมีฤทธิ์ต้านการเกาะกลุ่มของเกร็ดเลือด  ซึ่งมีผลเสริมกันจนอาจเกิดอันตรายต่อร่างกายได้ ดังนั้นผู้ที่ต้องใช้ยาดังกล่าวเป็นประจำ
   ถ้าหากต้องการรับประทานดอกอัญชันในรูปแบบเครื่องดื่มหรือรูปแบบชาชง ไม่ควรชงเข้มข้นมากและไม่ควรดื่มแทนน้ำ

 - 3.ผู้ป่วยที่เป็นโรคความดันโลหิตสูงหรือต่ำ
ควรหลีกเลี่ยงการรับประทานดอกอัญชัน เพราะอาจทำให้มีอาการหน้ามืดและหมดสติได้ง่าย

 - 4.การดื่มชาดอกอัญชันที่ร้อนจัดมากๆ

จะส่งผลเสียต่อร่างกาย นอกจากจะทำให้ภายในปากพองแล้ว การดื่มชาที่มีอุณหภูมิสูงเกิน 60 องศาเซลเซียสขึ้นไป อาจทำให้เยื่อบุผิวหลอดอาหารเสียสภาพภูมิคุ้มกันและทำให้ดูดซับสารก่อมะเร็งหรือสารอื่นๆ ได้โดยง่าย

 - 5.การดื่มน้ำสมุนไพรใดๆ

รวมถึงดอกอัญชัน ไม่ควรดื่มติดต่อกันเป็นเวลานาน เพราะอาจจะได้รับโทษของดอกอัญชันมาเป็นของแถมด้วย

 - 6.หลีกเลี่ยงการเด็ดดอกอัญชันแล้วทานแบบสดๆ

เพราะขั้วของดอกอัญชันมียางอาจทำให้ระคายเคืองภายในลำคอ ส่วนเมล็ดอาจทำให้มีอาการคลื่นไส้อาเจียนได้

 - 7.ผู้ที่มีอาการแพ้ดอกไม้ต่างๆ
ควรระมัดระวังการใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมองดอกอัญชัน หากเกิดอาการแพ้ ระคายเคืองขึ้นมาควรหยุดใช้ทันที

 - 8.สำหรับผู้ที่มีโรคประจำตัวต่างๆ

หากไม่มั่นใจในการรับประทานดอกอัญชัน  ควรปรึกษาแพทย์ก่อนรับประทานดีกว่าค่ะ


        โทษของดอกอัญชัน มีผลเสียต่อร่างกายไม่ใช่น้อย  คนปกติทั่วไปหากเลือกรับประทานดอกอัญชันก็ต้องรับประทานให้พอเหมาะ และพอดี ควรหยุดเมื่อรับประทานเป็นเวลานาน โทษของดอกอัญชันจะได้ไม่มาทำอันตรายต่อร่างกายของคุณ ควรระลึกอยู่เสมอ  ขึ้นชื่อว่าสมุนไพรหรือพืชชนิดใดๆ ก็ตาม ถึงแม้ว่าจะมีสรรพคุณทีมีประโยชน์มากมายเพียงใด แต่ก็มักมีโทษรวมอยู่ด้วย ดังนั้นเราต้องรับประทานอย่างพอประมาณไม่มากไปหรือนานเกินไป และควรศึกษาหาประโยชน์ทั้งคุณและโทษอย่างมีสติค่ะ

ขอขอบคุณข้อมูลจาก : herbdailys
ขอขอบคุณภาพสวยๆจาก : internet

วันอังคารที่ 21 พฤษภาคม พ.ศ. 2562

ประโยชน์ของอัญชัน มีสรรพคุณชั้นเลิศ

14:50 0 Comments
15 ประโยชน์ของดอกอัญชัน มีสรรพคุณชั้นเลิศ

    Nutritional Benefits of Butterfly Pea or Blue Pea Flowers  (Anchan)

    วันนี้ Mashareblog จะพามาทำความรู้จักกับอัญชันกันให้มากขึ้น ดูสิว่าประโยชน์ของดอกอัญชันมีอะไรบ้างนะ

   อัญชัน (อังกฤษ: Asian pigeonwings; ชื่อวิทยาศาสตร์: Clitoria ternatea L.) 
   ดอกอัญชัน เป็นไม้เถา มีดอกสีม่วงอมน้ำเงินสวยงามตามธรรมชาติ ลำต้นมีขนนุ่ม รูปทรงคล้ายหอยเชลล์ มีถิ่นกำเนิดในอเมริกาใต้ ปลูกได้ทั่วไปในเขตร้อน ทำให้นิยมนำมาคั้นเป็นสีผสมอาหาร คุณประโยชน์ของดอกอัญชันยังครอบคลุมไปถึง
สรรพคุณทางยาอันหลากหลาย เช่น ลดไข้ แก้หอบหืด เป็นต้น 
   

      ประโยชน์ของดอกอัญชัน

    ดอกอัญชันมีประโยชน์ต่อสุขภาพในหลายด้าน ดีต่อสุขภาพร่างกายของคนเราตั้งแต่ศีรษะจรดเท้าเลยค่ะ และมีคุณสมบัติในการเป็นสารต้านอนุมูลอิสระ โดยในดอกอัญชันนั้นมีสารตัวหนึ่งที่ชื่อว่า "แอนโทไซยานิน" (Anthocyanin) ซึ่งสารชนิดนี้สามารถช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน มีหน้าที่ไปช่วยกระตุ้นการไหลเวียนของโลหิต ทำให้เลือดไปเลี้ยงส่วนต่าง ๆ ได้ดีมากขึ้น มีประโยชน์อีกหลายอย่างไปดูกันเลยค่ะ
       1. ช่วยบำรุงสายตา ป้องกันอาการตาฝ้าฟาง ตาแฉะ และป้องกันโรคต้อกระจก
      2. มีสารต้านอนุมูลอิสระในดอกอัญชัน ช่วยชะลอริ้วรอย และดูแลผิวพรรณให้เต่งตึง กระชับ
      3. ช่วยเพิ่มภูมิต้านทานให้กับร่างกาย
      4. ช่วยเสริมสร้างความจำ บำรุงสมอง
      5. ช่วยลดระดับน้ำตาลในเลือดในผู้ป่วยโรคเบาหวาน
      6. ช่วยลดความเสี่ยงจากการเกิดโรคมะเร็ง
      7. ช่วยลดความเสี่ยงในการเป็นโรคไขมันอุดตันเส้นเลือด
      8. ช่วยให้ระบบโลหิตไหลเวียนได้ดียิ่งขึ้น
      9. ช่วยเสริมสร้างภูมิต้านทานให้ร่างกายและเพิ่มพลังทำให้ร่างกายมีแรงขึ้น
      10. ช่วยขับปัสสาวะ และเป็นยาระบายอ่อนๆ
      11. ช่วยรักษาอาการผมร่วง บำรุงเส้นผมให้แข็งแรง เงางาม ดกดำ
      12. ช่วยล้างสารพิษ และขับของเสียออกจากร่างกาย
      13. ช่วยลดความเสี่ยงของการเกิดโรคหัวใจและภาวะหลอดเลือด หัวใจอุดตัน
      14. ช่วยป้องกันและบรรเทาอาการเหน็บชาตามนิ้วมือนิ้วเท้า
      15. แก้อาการฟกช้ำ

         สมุนไพรอย่างดอกอัญชัน จะมีสีที่สวยแปลกตาแล้ว ยังเป็นสมุนไพร
ที่หาไม่ยากด้วยค่ะ และเราสามารถปลูกได้เองที่บ้าน แต่ก็ควรใช้ให้พอดี
เพราะสมุนไพรทุกชนิด ใช้มากเกินไปก็เป็นโทษได้เช่นกันค่ะ

ขอขอบคุณข้อมูลจาก : sanook.com,honestdocs.co

ขอขอบคุณภาพสวยๆจาก : internet

วันศุกร์ที่ 17 พฤษภาคม พ.ศ. 2562

ไม่อยากแก่เร็ว ลดแค่ 8 อย่าง

14:57 0 Comments

ไม่อยากแก่เร็ว ลดแค่ 8 อย่าง 

" อ่อนวัยกว่าเดิม " ปรับพฤติกรรมเสียใหม่ ถ้าไม่อยากแก่ไว

           สาวๆส่วนใหญ่ก็คงอยากจะทุ่มเทเวลาทำงานอย่างเต็มที่จนละเลยลืมดูแลตัวเองกันใช่ไหมคะ วันเวลาล่วงเลยริ้วรอยแห่งวัยก็มาเยี่ยมเยือนเป็นธรรมดา ทำบ่อยๆขึ้นก็จะติดเป็นนิสัยที่ทำให้แก่เร็วนั่นเอง  วันนี้ Mashareblog มีวิธีมาแนะนำสาวๆที่ไม่อยากหน้าแก่เกินวัยก็คงจะต้องลดละ 8 นิสัยต่อไปนี้กันดีกว่านะคะ

                  1. ลดการอดนอน
             การนอนหลับพักผ่อนไม่เพียงพอนอกจากจะทำให้ภูมิคุ้มกันอ่อนแอลงและเจ็บป่วยง่ายแล้ว ยังทำให้ร่างกายทรุดโทรมและแก่เร็วอีกด้วย การนอนดึกและนอนน้อยจะทำให้โกรทฮอร์โมนหลั่งออกมาน้อย ทำงานไม่เต็มประสิทธิภาพ ส่งผลให้ขอบตาหมองคล้ำ ผิวหนังเหี่ยวย่นและดูแก่เร็วขึ้นนั่นเอง
                  2.ลดอาหารที่มีแป้งและน้ำตาลสูง
          ควรหลีกเลี่ยงการรับประทานอาหารที่มีรสหวาน เค้ก ไอศกรีม ขนมหวานต่างๆ และน้ำอัดลมค่ะ รวมทั้งการดื่มชา กาแฟ ลองลดปริมาณน้ำตาลลงนะคะ ท่องจำให้ขึ้นใจ “หวานมากจะแก่เร็ว” ท่องไว้นะคะ

                     3.ลดอาหารที่มีไขมันทรานส์

                4.ลดการออกแดดเป็นเวลานาน
                    
                    5.ลดแอลกอฮอล์

                     6.ลดความเครียด

              7.ลดของทอด

8.ลดบุหรี่

        สาวๆที่อยากสวยวันสวยคืน ต้องโบกมือลา 8 นิสัยที่ทำให้ตัวเองแก่เร็วกันได้แล้วนะคะ จะได้ดูอ่อนเยาว์เป็นสาวสวยที่เวลาและตัวเลขอายุก็ทำอะไรเราไม่ได้ค่ะ

ขอขอบคุณข้อมูลจาก : issue247
ขอขอบคุณภาพสวยๆจาก : internet

Popular Posts